กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 6
1
มูลนิธิม้าลำปาง เปิดตัวท่องเที่ยวมิติใหม่กระตุ้นอนุรักษ์ม้าไทยพันธุ์โบราณ

26 ก.พ.63 - ที่มูลนิธิม้าลำปาง ถนนถ้านางรอย ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สพ.ญ.ดร.ศิรยา ชื่นกำไร ประธานมูลนิธิม้าลำปาง จัดกิจกรรมเปิดตัวการท่องเที่ยวไทยมิติใหม่ "ออดิโอ้ไกด์ทัวร์" (Audio Guide Tour on an pony Carriage) ซึ่งเป็นคู่มือเครื่องเสียงภาษาไทยบริการนักท่องเที่ยวบนรถม้า ควบคู่กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างเพลิดเพลินและเป็นการเผยแพร่ให้โลกได้รู้ถึงคุณค่าของสายพันธุ์ม้าไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ประธานมูลนิธิม้าลำปาง เปิดเผยว่าม้าไทยเป็นม้าสายพันธุ์โบราณ และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ให้ชุมชนด้านการท่องเที่ยวในหลายจังหวัด แต่ความโดดเด่นของม้าไทยจนถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ ม้าลากรถในจังหวัดลำปาง หากนำคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์และการเป็นทรัพยากรทางพันธุกรรมว่าเป็นประเด็นสำคัญ ก็จะยิ่งเพิ่มคุณค่าของกิจกรรมการท่องเที่ยวในลำปางและประชาชนจะมีความตระหนักถึงคุณค่าของม้าไทย

ทั้งนี้จะพบว่าไม้ไทยเป็นม้าสายพันธุ์โบราณเกือบไม่มีเหลือแล้วในโลก หากย้อนประวัติ สายพันธุ์ไปได้ถึงศตวรรษที่ 7 แต่ยังมีการใช้อยู่ในสังคมปัจจุบันและเมืองเขลางค์นครเป็นเมืองโบราณเต็มไปด้วยอารยธรรมทางศาสนา สถาปัตยกรรม รวมถึงยังมีชุมชนเก่าแก่ตั้งรกรากอยู่ โดยม้าลากรถลำปางยังมีตามท้องถนนอยู่ทุกวันนี้

ม้าที่ใช้ลากรถในปัจจุบันมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เทคนิคการสร้างรถแบบดั้งเดิมควรค่าแก่การอนุรักษ์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ร่วมกับโบราณคดีและมนุษยวิทยา เป็นองค์ประกอบของการสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสำคัญของประเทศ และอีกอย่างหนึ่งคือความเข้าใจผิดเรื่องสรีระ และศักยภาพของสายพันธุ์ของม้าโบราณที่เกิดตามธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่นิยมมาไทยหรือม้าโบราณ และสร้างปัญหาเรื่องรายได้ จนทำให้เกิดมีการผสมข้ามสายพันธุ์ เพื่อให้ได้สรีระที่นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าดี ส่งผลให้เป็นการทำลายสายพันธุ์ม้าโบราณที่เป็นมรดกโลกและมีคุณค่าทางความหลากหลายทางชีวภาพโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

"จังหวัดลำปางขณะนี้เหลือม้าไทยโบราณจริงๆไม่ถึง 20% ดังนั้นจึงต้องมาช่วยกันอนุรักษ์มรดกม้าไทยโบรารณเหล่านี้ให้เป็นมรดกโลก เพราะปัจจุบันยังเหลือม้าสายพันธุ์โบราณเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในโลกและหนึ่งในนั้นคือลำปาง"สพ.ญ.ดร.ศิรยา กล่าว

สำหรับโปรแกรมโครงการท่องเที่ยวออดิโอไกด์ทัวร์บนเส้นทางรถม้า ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Narrowcaster Pty LTD ประเทศออสเตรเลีย ในฐานะผู้ที่จัดทำออดิโอไกด์ทัวร์ให้กับพิพิธภัณฑ์ โบราณสถานต่างๆทั่วโลก เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเป็นที่แรกของประเทศไทย ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญและโอกาสในการสร้างการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าให้แก่มูลนิธิม้าลำปาง โดยนักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถม้าพร้อมได้รับสาระความรู้อย่างเพลิดเพลินเพื่อจะได้เผยแพร่ให้โลกได้รับรู้ถึงคุณค่าของสายพันธุ์ม้าไทยที่ยังมีคนรู้น้อยมาก

สำหรับโปรแกรมการท่องเที่ยวออดิโอไกด์ทัวร์บนเส้นทางรถม้า ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ทุกคนจะได้นั่งรถม้าจะได้รับชุดหูฟัง 1 ชุดเพื่อสวมตลอดเวลาที่นั่งบนรถม้า เมื่อไปถึงแต่ละจุดจะมีหมายเลข ก็ให้กดตามหมายเลขที่เห็นก็จะมีคำบรรยาย โดยเบื้องต้นจะเป็น 2 ภาษาคือ ไทย-อังกฤษ โดยจะเริ่มต้นนั่งรถที่มีอายุกว่า 100 ปีออกจากที่ทำการมูลนิธิม้าลำปาง

ถ้าเดินทางไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์เมืองลำปาง ชมวัดสำคัญเมืองโบราณผ่านชุมชน ซึ่งมีอายุกว่า 1,300 ปี เรียนรู้ประวัติศาสตร์รถม้าจากทางสมาคมและประวัติม้าไทยสายพันธุ์มรดกโลก หลังจากนี้จะมีโครงการจัดทำเป็นภาษาอื่นๆเพิ่มเติมอีก 8 ภาษาในอนาคตอีกด้วยกิน ดื่ม เที่ยว ทั่วไทย
2
หนุ่มชาวเชียงใหม่ วัย 38 ปี ไม่หวั่นวิกฤตแล้ง ผุดไร่สตรอเบอรี่ระบบน้ำหยดในถิ่นภูเขาไฟที่บุรีรัมย์ ทำเงินไร่ละ 3 แสน ทั้งเนรมิตเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ให้ นทท.เข้าไปเซลฟี่และเก็บสตรอเบอรี่สดๆ ในไร่ได้ด้วยตัวเอง เจ้าตัว ยอมรับภัยแล้งและอากาศร้อนเป็นอุปสรรคแต่ด้วยความไม่ย่อท้อพยายามหาความรู้ลองผิดลองดูจนสามารถปลูกได้ประสบผลสำเร็จ   

27กุมภาพันธ์ 2563 แม้ปีนี้หลายพื้นที่จังหวัดในภาคอีสานจะประสบปัญหาภัยแล้ง  เนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้แหล่งน้ำลำคลองต่างๆ มีสภาพตื้นเขิน แห้งขอด ส่งผลกระทบกับผู้ที่มีอาชีพทำการเกษตร  แต่นายสิทธิพงษ์ ธรรมชาติอุดม อายุ 38 ปี หนุ่มชาว จ.เชียงใหม่ กลับไม่หวั่นต่อวิกฤตภัยแล้งและสภาพอากาศที่ร้อนจัด  ได้ผุดไร่ “สตรอเบอรี่ ลาวา”  พันธุ์พระราชทาน 80  บนเนื้อที่ 3 ไร่ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ แบบระบบน้ำหยด โดยใช้วิธีเพาะพันธุ์กล้าสตรอเบอรี่ที่ จ.เชียงใหม่ จนมีอายุประมาณ 3 – 4 เดือน แล้วนำมาลงแปลงปลูกที่บุรีรัมย์ อีกประมาณ 1 เดือนครึ่งก็ออกผล สามารถเก็บผลผลิตขายได้

ทั้งนี้ ยังได้เนรมิตตกแต่งพื้นที่รอบไร่สตรอเบอรี่ ลาวา ดังกล่าว ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม  เซลฟี่  และยังเปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว  สามารถเข้าไปเก็บสตรอเบอรี่สดๆ จากต้นได้อีกด้วย โดยจะเก็บค่าเข้าชมเพียงคนละ 20 บาทเท่านั้น หลังจากทดลองปลูกมาตั้งแต่เดือน ต.ค.2562 ที่ผ่านมา ก็มีประชาชน และนักท่องเที่ยวแวะเข้าไปเที่ยวชมหารายไดพิเศษและซื้อสตรอเบอรี่อย่างต่อเนื่อง

นายสิทธิพงษ์ บอกว่า เดิมมีอาชีพเป็นพ่อค้าเร่ขายเครื่องประดับตามจังหวัดต่างๆ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับครอบครัว ประกอบกับรายได้ก็ไม่มั่นคง จากนั้นจึงได้นำความรู้จากที่เคยช่วยทำไร่สตรอเบอรี่ที่ จ.เชียงใหม่  มาทดลองปลูกที่ อ.วังน้ำเขียว  จ.นครราชสีมา ประมาณ 6 ปี แต่ระยะหลังมีคนหันมาปลูกสตรอเบอรี่ ที่นครราชสีมาจำนวนมาก จึงลองแสวงหาพื้นที่ใหม่ๆ จนพบว่าบุรีรัมย์กำลังเป็นจังหวัดที่เติบโตด้านการท่องเที่ยว แม้จะเป็นพื้นที่มีปัญหาเรื่องภัยแล้งและสภาพอากาศร้อนก็ตาม จากนั้นเมื่อเดือน ต.ค.2562  จึงได้มาลองเช่าพื้นที่ริมถนน สายบุรีรัมย์ – นางรอง บริเวณ ต.บ้านบัว อ.เมืองบุรีรัมย์ จำนวน 3 ไร่ เพื่อทดลองปลูกสตรอเบอรี่พันธ์พระราชทาน 80 จำนวน 20,000 ต้น   

ซึ่งนายสิทธิพงษ์  ยอมรับว่า ช่วงแรกก็ประสบปัญหาอุปสรรค เพราะเป็นพื้นที่แห้งแล้งและอากาศค่อนข้างร้อน แต่สตรอเบอรี่เป็นผลไม้ที่นิยมปลูกในพื้นที่ที่อากาศหนาวเย็น จึงได้พยายามศึกษาหาความรู้และเทคนิควิธีต่างๆ ลองผิดลองถูกหลายอย่าง จนเป็นที่มาของการปลูกสตรอเบอรี่ระบบน้ำหยด จนประสบผลสำเร็จสามารถเก็บผลผลิตขายได้เฉลี่ยไร่ละกว่า 300,000 บาท หักต้นทุนแล้วก็จะเหลือกำไร ประมาณไร่ละ 100,000 บาท แต่ก็จะสามารถเก็บผลผลิตขายได้ในห้วงเดือน ก.ย. – เม.ย. เท่านั้น เพราะช่วงเดือน พ.ค.- ส.ค. เป็นช่วงพักบำรุงรักษาต้น ส่วนราคาขายหากเป็นสตรอเบอรี่สดก็จะขายอยู่ที่ขีดละ 50-60 บาท

หากใครต้องการจะเข้าไปเก็บเองสดๆ จากต้นก็จะคิดค่าบริการคนละ 20 บาทเท่านั้น นอกจากนั้น ยังมีน้ำสตรอเบอรี่คั้นสด สตรอเบอรี่อบแห้ง เนยสตรอเบอรี่ และไวน์สตรอเบอรี่ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อหาไปรับประทานอีกด้วยหารายได้พิเศษหลังเลิกงาน
3
เสริมสวย สุขภาพ / หามนร.ส่งรพ.เกือบ100คนหลังท้องเสียหนัก
« กระทู้ล่าสุด โดย Ailie662 เมื่อ 28/02/20 เวลา 08:59 น. »
เหตุการณ์นักเรียนชั้นประถมถูกหามส่งโรงพยาบาลเกือบ 100 คน รายเกิดขึ้นที่อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช โดยครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้จ้างเหมารถโดยสารสองแถวประจำทางสายหัวถนน-สนามกีฬา หลายคันขนนักเรียนชั้นประถมจำนวนมากไปส่งยัง รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช และอีกส่วนหนึ่งต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เนื่องจากเกินการรองรับของโรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่มีขนาดเล็กแต่พบว่ามีเด็กป่วยเกือบ 100 ราย

ผู้ปกครองนักเรียนรายหนึ่งเปิดเผยข้อมูลว่า ลูกมีอาการท้องร่วงและอาเจียนอย่างรุนแรง เป็นอย่างต่อเนื่องหลายคน ตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงที่ผ่านมา ได้มีการแจ้งผู้ปกครอง หลังจากนั้นครูได้ตัดสินใจขนนักเรียนจำนวนมากส่งโรงพยาบาล

ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อมูลจากครูภายในโรงเรียน ซึ่งให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่าได้กินไข่พะโล้จากโรงเรียน ก่อนที่จะกลับบ้านช่วงเย็นวานนี้ หลายคนมีอาการท้องเสียตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนอีกหลายคนอาการมาเริ่มขึ้นในวันนี้ บางคนอาเจียนออกมายังเป็นไข่พะโล้ที่ยังไม่ย่อย ส่วนจำนวนนักเรียนที่ป่วยฉุกเฉินในวันนี้ พบว่ามีตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จนถึงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เข้ารักษาตัวที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จำนวน 51 ราย แพทย์สั่งแอดมิทรักษาตัวที่ รพ. 1 ราย เนื่องจากอาการท้องเสียอย่างรุนแรงและขาดน้ำ ส่วนอีก 50 ราย ให้งดน้ำและอาหาร ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป ส่วนที่โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราชมีนักเรียนเข้ารักษาตัวมากกว่า 30 รายอาหารเพื่อสุขภาพ
4
อื่นๆ / Pakaomashop ร้านแฟชั่นผ้าขาวม้าไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย PostDD เมื่อ 28/02/20 เวลา 06:44 น. »
Pakaomashop ร้านแฟชั่นผ้าขาวม้าไทย
https://www.facebook.com/Pakaomashop
5
ท่องเที่ยว ที่พัก / ไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง
« กระทู้ล่าสุด โดย PostDD เมื่อ 28/02/20 เวลา 06:41 น. »
ต้องบอกว่าเมืองไทยค่อนข้างโชคดีที่เรามีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามอยู่แทบทุกภูมิภาค ที่สำคัญการเลือกเดินทางเที่ยวเมืองไทยนั้นต้องบอกว่า ทั้งสะดวก ทั้งดี และราคาไม่แพง ใครๆ ก็ไปเที่ยวได้ รวมทั้งสามารถพากันไปได้แบบยกครัวทัวร์พร้อมกัน แถมยังเลือกเวลาเดินทางได้ทุกวัน ทั้งวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินสายทำบุญ ไหว้พระ ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ เที่ยวงาน “ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2563” ระหว่างวันที่ 2-8 มีนาคม 2563 ณ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

นางสิรินาถ ฉัตรศุภกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ กล่าวว่า จังหวัดแพร่ ร่วมกับวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง, ททท. สำนักงานแพร่, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่, เทศบาลตำบลช่อแฮ, ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง กำหนดจัดงาน “ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2563” ระหว่างวันที่ 2-8 มีนาคม 2563 นับเป็นประเพณีที่จัดต่อเนื่องสืบทอดมายาวนาน แสดงถึงความเลื่อมใสศรัทธาต่อบวรพระพุทธศาสนา และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่

องค์พระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ บรรจุพระบรมเกศาธาตุและเป็นโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองแพร่ มีอายุมากกว่า 1,000 ปี เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล โดยในทุกๆ ปี เมื่อเริ่มวันขึ้น 9 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ใต้ เดือน 6 เหนือ พุทธศาสนิกชนจะเดินทางมานมัสการพระธาตุช่อแฮ ด้วยความเชื่อว่า พระบรมสารีริกธาตุจะแสดงปาฏิหาริย์ แผ่บารมีปกปักรักษา เป็นสิริมงคลยิ่งแก่ผู้มาสักการะ

               

ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ ในวันที่ 2 มีนาคม 2563 เวลา 15.00 น. วันแรกของการจัดงาน ชมขบวนแห่เครื่องสักการะเพื่อบูชาองค์พระธาตุอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ขบวนช้างเจ้าหลวงเมืองแพร่ ขบวนแห่ตุงหลวง และขบวนเครื่องสักการะจากทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดแพร่ ขบวนแห่ผ้าแพรห่มองค์พระธาตุประจำวันเกิด และมีการแสดงพระธรรมเทศนามหาชาติมหาเวสสันดรชาดก การแสดงศิลปวัฒนธรรมและมหรสพอื่นๆ อีกมากมายตลอดทั้ง 7 วัน 7 คืน

ในงานนี้ ททท.ขอเชิญชมการแข่งขัน “ตีกลองปู่จาพญาขาล” อันเป็นศิลปะพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงจาก 8 อำเภอของจังหวัดแพร่ ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป พร้อมชมการแสดงตีกลองปู่ จากสำนักงาน ททท.ในภาคเหนือ ณ เวทีกลาง (ลานจอดรถทิศตะวันออก) วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่

นอกจากเดินทางมาร่วมงานบุญแล้ว จังหวัดแพร่ยังมี[url=https://www.paidooo.com/category/thailand/]สถานที่ท่องเที่ยว[/url]อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ วัดพระธาตุดอยเล็ง อยู่ในตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ เป็นปูชนียสถานที่สําคัญอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนภูเขาสูงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพระธาตุช่อแฮ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอนว่าสร้างพระธาตุดอยเล็งขึ้นเมื่อใด แต่ด้วยภูมิทัศน์ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองแพร่ซึ่งโอบคลุมด้วยภูเขาและผืนป่าได้อย่างงดงาม และทางจังหวัดแพร่ได้จัดทำเป็นระเบียงชมวิวตั้งอยู่ก่อนบันไดทางขึ้นวัด เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่มองเห็นสายหมอกได้ชัดเจน
6
อื่นๆ / Pakaomashop ร้านแฟชั่นผ้าขาวม้าไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย PostDD เมื่อ 28/02/20 เวลา 06:01 น. »
Pakaomashop ร้านแฟชั่นผ้าขาวม้าไทย
https://www.facebook.com/Pakaomashop
7
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลประกอบการประจำปี 2562 ย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถหรูเมืองไทย 19 ปีติดต่อกัน พร้อมยอดขายมากกว่า 15,000 คัน อันเป็นผลมาจากเครือข่ายผู้จำหน่าย  เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ ที่แข็งแกร่ง พร้อมเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ผ่านการรุกตลาดรถยนต์     ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ[url=https://www.vistabizview.com/category/auto/]รถยนต์พลังงานไฟฟ้า[/url]อย่างเต็มตัว โดยเปิดตัว “Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic” รถยนต์ เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด และ “Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic” รถยนต์เอสยูวีครอสโอเวอร์ นำทัพรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่จะตามมาอย่างต่อเนื่องตลอดปี พร้อมเตรียมเปิดตัว “Mercedes-Benz EQC” รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ลุยตลาดไทยภายในปีนี้  


โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2562 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก เพราะเราสามารถทำยอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยเราส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด 2,339,562 คัน ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ สำหรับยอดขายใน 1 ปี ขณะเดียวกัน แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจในตลาดโลกจะอยู่ในช่วงชะลอตัวและส่งผลกระทบโดยตรง  ต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ ทว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเล็งเห็นความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เอสยูวีระดับลักชัวรี นั่นจึงเป็นที่มาให้เราเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อแนะนำรถยนต์ไฟฟ้า   และรถยนต์เอสยูวีออกมาเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าทั้งในตลาดโลกและในตลาดไทยต่อเนื่องในปี 2563 นี้ ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นผู้นำอันดับ 1 ในเซกเมนต์ลักชัวรีในหลายประเทศ รวมทั้ง เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน เบลเยียม สวิสเซอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย   ประเทศไทย เวียดนาม สิงคโปร์ แคนาดา และ แอฟริกาใต้

 

เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงรักษาความเป็นแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีอันดับ 1 ในประเทศไทย อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงทำยอดขายได้มากกว่า 15,000 คัน อันเป็นผลมาจากเครือข่ายผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการที่แข็งแกร่งที่ร่วมกันส่งมอบ  “Best Customer Experience” ให้กับลูกค้า โดยเรายังไม่หยุดนิ่งแต่จะขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์    เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เราเปิด บริษัท เจริญมอเตอร์เชียงราย จำกัด โชว์รูมและศูนย์บริการ     แห่งใหม่ในเชียงรายเพิ่มอีก 1 แห่งเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเมื่อวานนี้เราเพิ่งเปิด โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ล่าสุด บริษัท แอทต้า ออโต้ เฮาส์ จำกัด ในกรุงเทพฯ ส่งผลให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีเครือข่ายผู้จำหน่าย    อย่างเป็นทางการถึง 36 แห่งทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นผู้จำหน่ายในกรุงเทพฯ 19 แห่ง และผู้จัดจำหน่าย ในต่างจังหวัดรวม 17 แห่ง



ทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปีนี้ จากเทรนด์ความต้องการรถยนต์ของผู้บริโภคทั้งในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกและในประเทศไทย เราพบว่าความต้องการในรถยนต์ไฟฟ้านั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุผลหนึ่งมาจากสภาวะอากาศที่แย่ลงโดยเฉพาะการมีฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการคมนาคม ที่ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการในรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ Plug-in Hybrid ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์เองที่ทำได้มากกว่า 16,000 คันนับตั้งแต่เราเปิดตัวรถยนต์ Plug-in Hybrid รุ่นแรกในปี 2559 โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย เป็นผู้นำตลาดอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์    Plug-in Hybrid สูงประมาณ 25% ของยอดจำหน่ายทั้งหมดในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงเล็งเห็นว่า        การรณรงค์ให้ทุกคนหันมาใช้รถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นน่าจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง ปัจจุบันในประเทศไทยมีรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQ Power อยู่มากกว่า 16,000 คันที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ หากขับขี่ในโหมดไฟฟ้า เพียงผู้ใช้ชาร์จไฟและขับขี่ในโหมดนี้ทุกวันก็จะช่วย ลดปริมาณ PM 2.5 ลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมเปิดตัวรถยนต์ “Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic” และ “Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic” รถยนต์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดขนาดกลางรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมเตรียมส่งรถยนต์รถยนต์เอสยูวี อีกหลายรุ่น อาทิ “Mercedes-Benz GLB” รถยนต์คอมแพ็คเอสยูวี ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่าง “Mercedes-Benz EQC” ที่จะนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์เพื่อลุยตลาดไทยภายในปีนี้   นี่คือทิศทางการทำธุรกิจที่เราจะมุ่งหน้าไปอย่างเต็มกำลังในปี 2563 นี้
9
อื่นๆ / Pakaomashop ร้านแฟชั่นผ้าขาวม้าไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย PostDD เมื่อ 28/02/20 เวลา 02:57 น. »
Pakaomashop ร้านแฟชั่นผ้าขาวม้าไทย
https://www.facebook.com/Pakaomashop








Pakaomashop ฟื้นฟูผ้าขาวม้าไทย สร้างอาชีพให้คนไทยมีเสรีทางการเงิน

Pakaomashop เรามีเป้าหมายชัดเจนในการนำเสนอสินค้า ก็คือผ้าขาวม้าไทย ที่ทอด้วยฝีมือคนไทย ตัดเย็บด้วยคนไทย เพื่อไม่ให้ผ้าขาวม้าถูกลืมเลือนหายไปจากคนไทยและเป็นหนึ่งการช่วยสร้างอาชีพให้กับคนไทยอีกด้วย

ทำสิ่งใหม่คงไว้สิ่งเดิม การอนุรักษ์ผ้าขาวม้าไทย อาจมองว่าไม่ควรดัดแปลง แต่ทุกคนก็รู้ดีกว่า การไม่เปลี่ยนแปลง คือระเบิดเวลาที่จะทำให้ผู้คนลืมสิ่งที่เราต้องการอนุรักษ์

เราเริ่มต้นจากการคิดใหม่ ต้องยอมรับว่าความนิยมนั้นเปลี่ยนไปตามกาลเวลา การที่จะเสนอผ้าขาวม้าแบบเดิมๆ ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เราจึงคิดใหม่และลงมือทำทันที โดยมุ่งเน้นไปที่ ผ้าขาวม้าที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันในยุคสมัยปัจจุบัน

การลองผิดลองถูก นำมาซึ่งความสำเร็จ เรากล้าที่จะออกแบบสินค้าที่หลากหลาย เพื่อนำเสนอผ้าขาวม้าในมุมมองต่างๆ ถ้าคุณผู้อ่านเจอสินค้าเรา แล้วมีความคิดว่า ผ้าขาวม้าทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ เเสดงว่าเราสำเร็จไปแล้วหนึ่งก้าว

ฝากเราไว้ในใจของคุณ เราจะพยายามเต็มที่ เพื่อผลักดันผ้าขาวม้าไทย ให้กลับมาได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วราชอาณาจักรอีกครั้ง ซึ่งคุณผู้อ่านเอง ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการนี้แล้วโดยไม่รู้ตัว เพราะแค่คุณผู้อ่านได้อ่านบทความนี้ เราก็ถือว่าคุณเป็นหนึ่งในผู้ร่วมอุดมการณ์แล้ว

ขอขอบคุณทุกท่าน จาก Pakaomashop ร้านแฟชั่นผ้าขาวม้าไทย

#ผ้าขาวม้า
#ผ้าขาวม้าหมักโคลน
#กางเกงผ้าขาวม้า
#เสื้อผ้าขาวม้า
#กระโปรงผ้าขาวม้า
#เดรสผ้าขาวม้า

Pakaomashop ร้านแฟชั่นผ้าขาวม้าไทย

https://www.facebook.com/Pakaomashop
10
ธุรกิจ งาน / ยุคออนไลน์เงินหาง่ายอยู่ในอากาศ
« กระทู้ล่าสุด โดย Joe524 เมื่อ 28/02/20 เวลา 01:59 น. »
ยุคออนไลน์เงินหาง่ายอยู่ในอากาศ
สมัครได้ที่
iqoptionthai.net
iqoptionsiam.com
หน้า: [1] 2 3 ... 6